ผลวิจัยยืนยัน: ห้ามใช้น้ำมันตะกั่วลดระดับสารพิษในมนุษย์ได้ 100 เท่า หลังวิเคราะห์ผม 100 ปี

การวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยยูทาห์ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ได้ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างเส้นผมมนุษย์ที่เก็บรวบรวมมานานเกือบศตวรรษ ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งแสดงให้เห็นถึงการลดลงของความเข้มข้นของสารตะกั่วในร่างกายถึง 100 เท่า หลังจากที่สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายแบนผลิตภัณฑ์ที่มีสารตะกั่ว เช่น สีทาบ้านและน้ำมันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่ว ในช่วงทศวรรษ 1970

การเคลื่อนไหวของ EPA ในครั้งนั้นเป็นผลมาจากความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบที่เป็นพิษของสารตะกั่วต่อสุขภาพของมนุษย์ ซึ่งเป็นอันตรายที่ทราบกันมานานหลายศตวรรษแล้ว ผลการศึกษาครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่ามาตรการทางกฎหมายเหล่านั้นประสบความสำเร็จอย่างสูงในการบรรลุวัตถุประสงค์ในการปกป้องสุขภาพประชาชน

แม้ว่าอันตรายจากสารตะกั่วจะเป็นที่รับรู้กันมายาวนาน แต่คำถามที่ว่าทำไมจึงต้องทำการวิจัยนี้ในตอนนี้ ได้รับคำตอบจากผู้เขียนว่า เป็นเพราะความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการที่รัฐบาลทรัมป์มีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายกฎระเบียบหลายส่วนของภารกิจ EPA ในปีที่ผ่านมา แม้สารตะกั่วยังไม่ถูกยกเลิกกฎเกณฑ์โดยตรง แต่ก็มีสัญญาณของการผ่อนปรนการบังคับใช้กฎ Lead and Copper ปี 2024 ที่กำหนดให้ระบบน้ำประปาต้องเปลี่ยนท่อตะกั่วเก่า

ศาสตราจารย์ Thure Cerling หนึ่งในผู้ร่วมวิจัย กล่าวว่า “เราไม่ควรลืมบทเรียนจากประวัติศาสตร์ และบทเรียนก็คือ กฎระเบียบเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง” เขากล่าวเสริมว่า “บางครั้งกฎระเบียบอาจดูเหมือนเป็นภาระและหมายความว่าอุตสาหกรรมไม่สามารถทำในสิ่งที่ต้องการได้ตามเวลาหรือรวดเร็วเท่าที่ต้องการ แต่มันกลับให้ผลลัพธ์ที่เป็นบวกอย่างมากจริงๆ”


🏷️ หมวดหมู่: Science, chemistry, geochemistry, leaded gasoline

🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: Arstechnica