โครงการนี้เริ่มต้นจากการนำเครื่องเชื่อมไฟเบอร์เลเซอร์กำลัง 2000 วัตต์จาก Skyfire มาเป็นหัวใจหลัก ร่วมกับระบบเคลื่อนที่จากเครื่องพิมพ์ 3D เก่าที่เลิกกิจการไปแล้ว โครงสร้างเครื่องถูกเสริมความแข็งแรงด้วยเหล็ก และได้ติดตั้งหัวเชื่อมเลเซอร์แทนที่หัวพิมพ์เดิม พร้อมปรับเปลี่ยนสวิตช์ควบคุมให้ทำงานด้วยระบบ CNC ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เครื่องพิมพ์สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ
แม้แนวคิดจะน่าสนใจ แต่การพัฒนาไม่ได้ราบรื่นนัก ปัญหาหลักที่พบในช่วงแรกคือความร้อนสะสมที่สูงมากจนเกือบทำให้แผ่นสร้างชิ้นงานบิดงอ และถึงขั้นเชื่อมติดกับแกน Z วิธีแก้คือการเพิ่มพัดลมระบายความร้อนที่ทรงพลัง และเว้นช่องว่างระหว่างแผ่นสร้างชิ้นงานกับแกน Z นอกจากนี้ ปัญหาเส้นลวดติดค้างกับพื้นผิวการสร้างก็ถูกแก้ไขด้วยการหยุดป้อนลวดชั่วคราวแล้วดึงออกเมื่อสิ้นสุดแต่ละชั้น
ในด้านคุณภาพการพิมพ์ การใช้ลมอัดธรรมดาทำให้ชิ้นงานที่ได้มีความเปราะบางและแตกง่าย การลองใช้ก๊าซไนโตรเจนช่วยให้คุณภาพดีขึ้นเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมาจากการใช้ก๊าซอาร์กอนในการป้องกันการเกิดออกซิเดชัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความแข็งแรงของชิ้นงาน
ผลงานชิ้นสุดท้ายที่ Cranktown City สร้างขึ้นคือแจกันโลหะ แม้ชั้นการพิมพ์จะยังหยาบอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าทำได้ดีกว่าเครื่องพิมพ์โลหะที่ใช้เครื่องเชื่อมเป็นพื้นฐานส่วนใหญ่ และระบบนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงในการสร้างเครื่องพิมพ์ 3D โลหะที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในอนาคต นับเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญ
🏷️ หมวดหมู่: 3d Printer hacks, 3D metal printer, 3d printing metal, fiber laser, laser welding, metal 3d printer
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: hackaday
