การค้นพบล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances ได้สร้างความฮือฮาในวงการโบราณคดี เมื่อนักวิจัยพบร่องรอยของยาพิษที่มาจากพืชบนหัวลูกศรหินควอตซ์ ซึ่งมีอายุย้อนไปถึง 60,000 ปี ในประเทศแอฟริกาใต้
หลักฐานโดยตรงชิ้นนี้ไม่เพียงแต่เป็นหลักฐานการใช้ยาพิษกับอาวุธยิงที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาเท่านั้น แต่ยังบ่งชี้ถึงความซับซ้อนทางความคิดของมนุษย์ยุคหินในการพัฒนากลยุทธ์การล่าสัตว์ และย้อนกลับไทม์ไลน์การใช้ธนูอาบยาพิษไปสู่ยุคไพลสโตซีนอย่างมีนัยสำคัญ
การใช้ธนูหรือลูกดอกอาบยาพิษเป็นที่รับรู้กันมายาวนานในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ทั้งเพื่อการล่าสัตว์และการทำสงคราม เอกสารประวัติศาสตร์ของกรีกและโรมันได้บันทึกสูตรการปรุงยาพิษสำหรับอาวุธยิงและการนำไปใช้ในการรบ รวมถึงมีการอ้างอิงในเทพนิยายกรีกและมหากาพย์อีเลียดและโอดีสซีย์ของโฮเมอร์ นักรบชาวจีน ชาวกอล ชาวไซเธียน และชนพื้นเมืองอเมริกันบางกลุ่มก็มีการใช้กลยุทธ์ที่คล้ายคลึงกัน
ยาพิษที่นิยมใช้มักได้มาจากพืชหรือสัตว์ เช่น กบ ด้วง หรือสัตว์เลื้อยคลานมีพิษ ตัวอย่างยาพิษจากพืชได้แก่ คูราเร (curare) ซึ่งเป็นสารคลายกล้ามเนื้อที่ทำให้ระบบทางเดินหายใจเป็นอัมพาตและเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ พืชจำพวกโอเลียนเดอร์ มิลค์วีด หรืออินี (inee) มีสารไกลโคไซด์ที่ส่งผลต่อหัวใจ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการนำยางหรือน้ำจากเมล็ดต้นอันคาร์มาทาที่หัวลูกศร ซึ่งทำให้เกิดอาการอัมพาต ชัก และหัวใจหยุดเต้นเนื่องจากมีสารพิษอย่างสไตรคนิน และในไซบีเรียกับญี่ปุ่นตอนเหนือ พืชสกุลอะโคนิตหลายชนิดก็เป็นที่รู้จักในการนำมาใช้เป็นยาพิษสำหรับลูกศร
🏷️ หมวดหมู่: Science, anthropology, Archeology, poison arrows
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: Arstechnica
