การเคลื่อนไหวครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขาว่าจะทำการแบนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Anthropic จากการใช้งานโดยหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ถึงความกังวลด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI จากบริษัทเอกชน
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประกาศดังกล่าว พีท เฮกเซ็ท รัฐมนตรีกลาโหม ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับมาตรการขึ้นอีกขั้น โดยระบุว่า Anthropic ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโมเดล AI ชื่อดังอย่าง Claude มีสถานะเป็น “ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน” (supply-chain risk) ซึ่งเป็นคำนิยามที่มักใช้กับบริษัทที่อาจมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยหรือมีความเชื่อมโยงที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
ด้าน Anthropic ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าบริษัทพร้อมที่จะต่อสู้และคัดค้านการตัดสินใจครั้งนี้ในชั้นศาล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องชื่อเสียงและธุรกิจของตน
ผลพวงจากการประกาศนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น Palantir และ AWS ที่ใช้เทคโนโลยี Claude AI ของ Anthropic ในการดำเนินงานโครงการสำคัญให้กับกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเพนตากอนจะขยายการขึ้นบัญชีดำไปยังบริษัทที่ทำสัญญากับ Anthropic เพื่อบริการอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติหรือไม่ ซึ่งอาจสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาด AI ในวงกว้างขึ้น
🏷️ หมวดหมู่: AI, Anthropic, Policy, Politics
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: theverge
