ไลน์อัพ iPhone ปี 2025 ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อยุค AI ที่กำลังเติบโต โดยมาพร้อมกล้องที่ได้รับการอัปเกรด ชิปประมวลผลที่เร็วขึ้น แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานขึ้น และหน้าจอคุณภาพสูง นอกจากนี้ Apple ยังได้เปิดตัว iOS 26 ที่มาพร้อมการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ 'Liquid Glass' แบบใหม่ และฟีเจอร์การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ iOS 7 อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชัน Apple Intelligence ยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา
สำหรับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ iPhone 17 ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด โดยมาพร้อมจอแสดงผล Always-on และอัตรารีเฟรช 120Hz ที่ทำให้การใช้งานลื่นไหลยิ่งขึ้น พร้อมความจุเริ่มต้นที่ 256GB ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากรุ่นก่อนหน้า ทั้งหมดนี้ในราคาเริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่าเดิม นอกจากนี้ กล้อง Ultrawide ยังได้รับการอัปเกรดเป็น 48 ล้านพิกเซล เพื่อภาพถ่ายที่คมชัดและสีสันสดใส
ในขณะที่ iPhone 17 Pro และ 17 Pro Max มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งานระดับสูงและผู้สร้างคอนเทนต์ iPhone 17 Pro โดดเด่นด้วยระบบกล้องสามตัว 48 ล้านพิกเซลที่ล้ำสมัยและการออกแบบใหม่ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่แบตเตอรี่ ส่วน iPhone 17 Pro Max มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.9 นิ้ว และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone พร้อมความจุสูงสุด 2TB ซึ่งเป็นครั้งแรกของ iPhone เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับผู้ที่มองหาสมาร์ทโฟนที่บางเบา iPhone Air คือคำตอบ ด้วยความบางเพียง 5.6 มม. และน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ แต่ก็แลกมาด้วยกล้องหลังเพียงตัวเดียวและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ธรรมดา เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ส่วน iPhone 16E ยังคงเป็นตัวเลือกราคาประหยัดที่สุดที่ 599 ดอลลาร์สหรัฐฯ แม้จะขาดคุณสมบัติบางอย่าง เช่น MagSafe และกล้อง Ultrawide แต่ก็ยังคงเป็นโทรศัพท์ที่น่าเชื่อถือพร้อมการสนับสนุนซอฟต์แวร์ระยะยาว
นอกจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดตัว ยังมีรายงานว่า Apple กำลังเตรียมเปิดตัว iPhone แบบพับได้ภายในปีนี้ และ iPhone ดีไซน์ ‘เต็มหน้าจอ’ เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีในปี 2027 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับปรุงกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนระยะสามปีของบริษัท
🏷️ หมวดหมู่: Apple, Buying Guides, Gadgets, iOS, iPhone, Mobile, Tech, Verge Shopping
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: theverge
