สำหรับการปรับขึ้นราคาในสหรัฐอเมริกา แผนบริการรายบุคคลจะเพิ่มขึ้นจาก 10.99 ดอลลาร์เป็น 11.99 ดอลลาร์ต่อเดือน ส่วนแผนครอบครัวเพิ่มขึ้นจาก 16.99 ดอลลาร์เป็น 19.99 ดอลลาร์ต่อเดือน และแผนนักศึกษาจาก 5.99 ดอลลาร์เป็น 6.99 ดอลลาร์ต่อเดือน การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานจำนวนมากที่พึ่งพาบริการสตรีมมิ่งเพลงยอดนิยมนี้ในชีวิตประจำวัน
อ้างอิงจากรายงานของ Music Business Worldwide ที่ได้รับการยืนยันจาก Apple ระบุว่า การปรับขึ้นราคาเป็นผลมาจาก ‘ต้นทุนด้านลิขสิทธิ์ที่สูงขึ้น’ และยังมีการรายงานว่าการปรับขึ้นราคานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสหราชอาณาจักรและประเทศในยุโรป และคาดว่าจะส่งผลกระทบในประเทศอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมเพลงที่ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ทาง Apple ไม่ได้ให้ข้อมูลตอบกลับ The Verge ในทันทีเกี่ยวกับการปรับขึ้นราคาในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Apple Music มีการปรับขึ้นราคา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโมเดลธุรกิจและตลาดเพลงสตรีมมิ่งที่ต้องรับมือกับความท้าทายด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
🏷️ หมวดหมู่: Apple, Apps, Entertainment, Music, News, Tech
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: theverge
