มอเตอร์ไฟฟ้าในรถยนต์ EV ยุคใหม่ส่วนใหญ่พึ่งพาแม่เหล็กถาวรที่ทำจากแร่หายาก โดยเฉพาะนีโอไดเมียม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้มอเตอร์มีพลังและขนาดกะทัดรัด ปัญหาคือแร่เหล่านี้กระจายตัวอยู่บางเบาในเปลือกโลกและมีต้นทุนการผลิตสูง ประเทศจีนจึงได้เปรียบเชิงผูกขาดการผลิตแร่หายากถึง 92% และกำลังการทำเหมือง 60-70% ของโลก
สถานการณ์ทางการค้าโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้การเข้าถึงแร่หายากทำได้ยากและมีราคาแพง สิ่งนี้สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อผู้ผลิตยานยนต์ที่ต้องการความมั่นคงในการผลิต ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการหยุดชะงักของสายการผลิต ซึ่งนำมาซึ่งความเสียหายมหาศาล
เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงดังกล่าว ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำอย่าง BMW ได้บุกเบิกการใช้มอเตอร์ซิงโครนัสแบบกระตุ้นด้วยไฟฟ้า (Electrically Excited Synchronous Motors - EESM) แทน มอเตอร์ประเภทนี้ไม่ใช้แม่เหล็กถาวรที่ทำจากแร่หายาก แต่ใช้ขดลวดในโรเตอร์ที่สร้างสนามแม่เหล็กด้วยไฟฟ้าแทน ทำให้ไม่ต้องพึ่งพิงวัสดุหายาก และสามารถจัดหาวัตถุดิบได้ง่ายกว่า
แม้ EESM จะมีข้อเสียบางประการ เช่น การเกิดความร้อนจากขดลวดโรเตอร์และการต้องใช้แปรงถ่านในการถ่ายเทพลังงาน แต่ก็มีข้อดีที่สำคัญคือสามารถควบคุมสนามแม่เหล็กได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ที่โหลดต่ำ และทนทานต่ออุณหภูมิสูงได้ดีกว่า นอกจาก BMW แล้ว Nissan, Renault และผู้ผลิตมอเตอร์อย่าง ZF ก็เริ่มนำเทคโนโลยี EESM มาใช้แล้วเช่นกัน
การปรับเปลี่ยนสายการผลิตเพื่อรองรับมอเตอร์แบบใหม่ต้องใช้เวลาและเงินลงทุนสูง ทำให้ผู้ผลิตหลายรายยังคงใช้มอเตอร์แม่เหล็กถาวรไปก่อน แต่หากวิกฤตแร่หายากยังคงดำเนินต่อไป แนวโน้มการพึ่งพามอเตอร์ที่ไร้แร่หายากก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน เพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรม EV ในระยะยาว.
🏷️ หมวดหมู่: Misc Hacks, Electric motor, electric vehicle, ev, EV motor, magnets, motors, neodymium, neodymium magnet, neodymium magnets, permanent magnet, permanent magnets, rare earths, rare-earth
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: hackaday
