ฟอร์ด (Ford) ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่กำลังเผชิญกับความท้าทายในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า จึงได้ประกาศพลิกโฉมกลยุทธ์ธุรกิจครั้งสำคัญ หันมาเพิ่มการผลิตรถยนต์ไฮบริดอย่างมีนัยสำคัญเพื่อรับมือกับยอดขาย EV ที่เริ่มชะลอตัวและต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับตัวเข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
แผนงานใหม่นี้ยังรวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ อาทิ รถกระบะ F-series EV เวอร์ชันขยายระยะทางวิ่ง และการเข้าสู่ตลาดระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรองรับความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การขยายธุรกิจไปยังโซลูชันพลังงานนี้ถือเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับฟอร์ด
การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ฟอร์ดต้องเผชิญกับการขาดทุนสะสมมาหลายปีจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังคงประสบปัญหาอย่างต่อเนื่อง บริษัทที่ก่อตั้งมานานกว่า 122 ปีรายนี้เคยมีความทะเยอทะยานที่จะแซงหน้า Tesla ในด้านยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) แต่ปัจจัยด้านต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้นและความต้องการที่ลดลงในตลาดได้ส่งผลให้ต้องพิจารณาทิศทางใหม่
🏷️ หมวดหมู่: Cars, Electric Cars, Ford, News, Transportation
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: theverge
