อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กำลังเผชิญกับสถานการณ์ความผันผวนด้านราคาครั้งใหญ่ในปี 2026 โดยราคาหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกเดือน ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ใช้งานทั่วไปและนักประกอบ PC อิสระ ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Apple ที่มีอำนาจในการจัดซื้อสูง สามารถจำกัดผลกระทบต่อราคาผลิตภัณฑ์ของตนได้ บริษัทขนาดเล็กอย่าง Valve และ Raspberry Pi กลับไม่โชคดีเช่นนั้น
Framework ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่โดดเด่นด้านการออกแบบที่สามารถซ่อมแซมและอัปเกรดได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น Laptop 13, Laptop 16 และ Laptop 12 ก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการขึ้นราคาครั้งนี้ เพื่อรับมือกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น Framework ได้หยุดจำหน่าย RAM แบบแยกชิ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 และได้ปรับขึ้นราคาสินค้าในระบบของตนอย่างน้อยหนึ่งรายการในทุกๆ เดือนนับตั้งแต่นั้นมา การปรับขึ้นราคาครั้งล่าสุดในสัปดาห์นี้ส่งผลกระทบอย่างหนักเป็นพิเศษต่อ Framework Desktop และรุ่น DIY ของแล็ปท็อปรุ่นต่างๆ
Patel ตัวแทนจาก Framework ระบุว่า ราคา RAM แบบแยกชิ้นถูกกำหนดให้ ‘ใกล้เคียงที่สุดกับต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักจากการจัดซื้อจากซัพพลายเออร์’ ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤตที่บริษัทต้องเผชิญ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ RAM 8GB สำหรับ Framework Laptop 13 ซึ่งเคยมีราคา 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนกันยายน ปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็น 130 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ชุด DDR5 96GB (ประกอบด้วย 2 ชิ้น 48GB) จากเดิมราคา 480 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนกันยายน ก็ได้เพิ่มขึ้นเป็น 1,340 ดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว การขึ้นราคานี้ครอบคลุมทั้งโมดูลหน่วยความจำ SODIMM แบบแยก และหน่วยความจำ LPDDR5X แบบบัดกรีที่ใช้ใน Framework Desktop
🏷️ หมวดหมู่: Tech, framework, framework desktop, framework laptop
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: Arstechnica
