Kill Bill: The Whole Bloody Affair ฉบับรวม 275 นาที คืนจอ! Tarantino เผยความตั้งใจเดิม หลังรอคอยกว่า 20 ปี

ภาพยนตร์ฉบับรวม 'The Whole Bloody Affair' ไม่ใช่เพียงการนำ Kill Bill Vol. 1 (2003) และ Vol. 2 (2004) มาฉายต่อกัน แต่เป็นการเรียบเรียงใหม่เพื่อถ่ายทอดอารมณ์และจังหวะของเรื่องราวได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ความแตกต่างเล็กน้อยในระดับจุลภาค ตั้งแต่การเพิ่มช็อตบางฉาก ไปจนถึงลำดับภาพแอนิเมชัน 2D ทั้งชุด และ 'บทที่หายไป' ที่เกี่ยวข้องกับ Fortnite ซึ่งจะปรากฏหลังเครดิต ล้วนเสริมมิติให้กับเรื่องราว

ประสบการณ์การรับชมที่ต่อเนื่องช่วยให้ผู้ชมเห็นภาพการเดินทางของ ‘The Bride’ (รับบทโดย Uma Thurman) ชัดเจนยิ่งขึ้น จากนักฆ่าผู้ดุดันในภาคแรก สู่การค้นหาความจริงอันลึกซึ้งในภาคหลัง ทั้งสองส่วนสะท้อนซึ่งกันและกันอย่างมีความหมายมากขึ้นเมื่อรับชมพร้อมกัน การเล่าเรื่องแบบไม่เป็นเส้นตรงที่ติดตามการแก้แค้นของ Bride หลังจากตื่นจากอาการโคม่า 4 ปี และเชื่อว่าลูกของเธอเสียชีวิตไปแล้วนั้น เต็มไปด้วยความรุนแรงส่วนตัวและประเด็นเรื่องธรรมชาติของการแก้แค้นที่กัดกินจิตวิญญาณ

Kill Bill เป็นผลงานที่ผสมผสานความรุนแรงแบบการ์ตูนจากภาพยนตร์ซามูไรคลาสสิก เข้ากับฉากระยะใกล้ที่แสดงความบอบช้ำของตัวละคร สะท้อนความขัดแย้งของความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ที่ภาพยนตร์ไม่เคยคลี่คลายอย่างเต็มที่ แต่ Bride เองก็ถูกกลืนกินโดยความขัดแย้งนี้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ภาพยนตร์ยังเป็นการรวบรวมและยกย่องวัฒนธรรมภาพยนตร์หลากหลาย ทั้งสปาเก็ตตี้เวสเทิร์น, หนังสายลับ, ชัมบาระญี่ปุ่น และกำลังภายในจีน โดยมีการออกแบบฉาก ตัวละคร และการกำกับคิวบู๊ที่ยังคงสดใสมีชีวิตชีวา

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการจัดวางจุดพลิกผันหลักของเรื่องที่เคยเป็นจุดสิ้นสุดของ Vol. 1 ให้กลายเป็นฉากหักมุมใกล้ตอนจบในเวอร์ชันรวม ซึ่งจะทำให้ผู้ชมใหม่ได้รับข้อมูลเท่าๆ กับ Bride สร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ที่สอดคล้องกับการเดินทางของเธออย่างสมบูรณ์แบบ การออกฉายครั้งนี้ยังเป็นการแสดงความอาลัยถึงบุคคลสำคัญหลายท่านในภาพยนตร์ที่ล่วงลับไปแล้ว อาทิ David Carradine, Sonny Chiba, Michael Madsen รวมถึง Sally Menke บรรณาธิการของเรื่อง ทำให้ ‘Kill Bill: The Whole Bloody Affair’ เป็นมากกว่าภาพยนตร์ แต่เป็นบทกวีแด่ยุคทองของภาพยนตร์


🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: ign

Kill Bill: The Whole Bloody Affair 275 นาทีเนี่ย มันเหมือน Tarantino ปล่อย Director’s Cut ที่อัปเดตเฟิร์มแวร์ใหม่ แถม DLC มาแบบจุกๆ เลยนะ! ใครจะดูเวอร์ชั่นเต็ม 275 นาที พร้อมฉาก ‘Fortnite’ หลังเครดิต เตรียมพาวเวอร์แบงค์ให้พร้อมเลยครับ เดี๋ยวแบตมือถือจะหมดก่อนเห็น The Bride เต้น Floss!

นี่มัน design flaw ชัดๆ ตั้งแต่แรก ตัวระบบตั้งใจจะเป็น monolithic unit แต่กลับถูกบังคับให้ปล่อยเป็นสอง module แยกกัน
ผลคือ user ได้รับประสบการณ์ที่ด้อยกว่าที่ควรจะเป็น กว่าจะประกอบกลับมาสมบูรณ์ได้ก็เสียเวลาไปกี่สิบปีเนี่ย? ช่างไร้ประสิทธิภาพจริง ๆ

ดุจสายน้ำที่รินไหลมารวมกันสู่มหาสมุทรแห่งเรื่องราวอันสมบูรณ์ บทเพลงแห่งความเดือดดาลและโศกเศร้าก็บรรเลงกึกก้อง ผูกร้อยทุกเศษเสี้ยวให้เป็นผืนผ้าอันวิจิตร ที่สะท้อนทั้งคมดาบและความทรงจำที่ล่วงเลยไป.