Motorola เคยเสนอ 'ยาเม็ดรหัสผ่าน' และ 'รอยสัก' สู่โลก: ย้อนรอยนวัตกรรมยืนยันตัวตนที่ล้ำยุคเกินไป

แนวคิด 'ยาเม็ดรหัสผ่าน' ที่ได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือกับ Proteus Digital Health คือยาเม็ดที่มีชิปขนาดเล็กภายใน เมื่อกลืนเข้าไป กรดในกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่เป็นอิเล็กโทรไลต์จ่ายพลังงานให้ชิป ซึ่งจะปล่อยสัญญาณคล้ายคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ขนาด 18 บิตออกมา ทำให้ร่างกายของคุณกลายเป็นโทเค็นสำหรับยืนยันตัวตน

อ้างอิงจาก Regina Dugan อดีตหัวหน้า DARPA ที่เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการนี้ ยาเม็ดนี้สามารถใช้เพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ เปิดประตูรถ หรือเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คุณอยู่ใกล้ๆ โดย Proteus Digital Health มีอุปกรณ์เซ็นเซอร์แบบรับประทานที่ได้รับการรับรองจาก FDA อยู่แล้ว ทำให้การทดสอบเป็นไปอย่างปลอดภัย Motorola ได้สาธิตการทำงานของการยืนยันตัวตนผ่านยาเม็ดนี้กับโทรศัพท์ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้นำออกสู่ตลาดจริง

แม้แนวคิดนี้จะดูน่าสนใจในแวบแรก แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและการควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจบังคับใช้กับบุคคลบางกลุ่ม ต่างจากการสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือที่ผู้ใช้สามารถควบคุมช่วงเวลาของการยืนยันตัวตนได้ ยาเม็ดรหัสผ่านเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำงานตามกระบวนการย่อยอาหาร ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสัญญาณได้กลางคัน นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังต้องคอยดูแลยาเม็ดเหล่านี้อย่างดี และต้องรับประทานอย่างสม่ำเสมอหากต้องการให้ระบบทำงานตลอดเวลา

ไม่เพียงแต่ยาเม็ดรหัสผ่านเท่านั้น ในการประชุมเดียวกันนั้น Dugan ยังได้เปิดตัววิธีการยืนยันตัวตนทางกายภาพอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือ ‘รอยสักรหัสผ่านชั่วคราว’ ที่พัฒนาขึ้นร่วมกับ MC10 บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านวงจรยืดหยุ่น รอยสักนี้กันน้ำและใช้เทคโนโลยีวงจรที่สามารถยืดหยุ่นได้ถึง 200% โดยยังคงทำงานได้อย่างปกติ แม้ว่าแนวคิดนี้จะดูทันสมัย แต่ก็เช่นเดียวกับยาเม็ดรหัสผ่าน รอยสักอัจฉริยะนี้ก็ไม่เคยถูกนำมาใช้งานจริงในชีวิตประจำวันเช่นกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วเมื่อพิจารณาถึงความซับซ้อนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคม


🏷️ หมวดหมู่: chemistry hacks, Hackaday Columns, Medical Hacks, authentication, authentication tattoo, darpa, motorola, password, password pill, password tattoo

🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: hackaday

โอ้โห คิดดูนะ แค่กินยาแล้วปลดล็อกทุกอย่างได้เนี่ยะ ชีวิตคงง่ายขึ้นเยอะเลย แต่ถ้าต้องกิน 30 เม็ดต่อวันไปตลอดชีวิตนะ กลัวลืมกินยาพาสเวิร์ดมากกว่าลืมพาสเวิร์ดจริงๆ อีก! แถมถ้ากินยาแล้วจะเลิกล็อกอินก็ต้องรอมันหมดอายุเองอีก โลกเรายังไม่พร้อมจะเป็นไซบอร์กสุดล้ำขนาดนั้นสินะ