Rotoforge ได้พลิกโฉมวงการการพิมพ์ 3 มิติด้วยการนำเสนอแนวคิดใหม่ในการผลิตแบบเพิ่มเนื้อ (Additive Manufacturing) ที่เรียกว่า Friction and Rolling-based Additive Manufacturing (FRAM) โดยไม่จำเป็นต้องใช้โลหะหลอมเหลวที่อุณหภูมิสูง หรือผงโลหะที่จัดการยาก วิธีการนี้ใช้ล้อหมุนความเร็วสูงสร้างแรงเสียดทานกับลวดโลหะ เช่น อะลูมิเนียม ทำให้โลหะอ่อนตัวและสามารถยึดติดกันเป็นชั้นๆ ได้
ทีมงาน Rotoforge ประสบความสำเร็จในการดัดแปลงเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Ender 3 ราคาประหยัด ด้วยการเปลี่ยนหัวฉีดพลาสติกเป็นหัวเชื่อมเสียดทานที่ใช้ล้อตัดโลหะ (slitting saw) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ AC อเนกประสงค์จากเครื่องมือ Dremel เพื่อให้ได้ความเร็วคงที่ที่ต้องการ ผลลัพธ์จากการทดลองกับอะลูมิเนียมอัลลอย Al1100 แสดงให้เห็นว่าชิ้นงานมีแรงยึดเกาะระหว่างชั้นที่ดีเยี่ยม เทียบเท่ากับโลหะแท่งตัน และอาจมีคุณสมบัติที่ดีกว่าในบางด้าน
แม้ว่าเทคโนโลยี FRAM จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าตื่นเต้นในการผลิตชิ้นส่วนโลหะด้วยงบประมาณที่ไม่สูงมาก อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ยังมีความท้าทายหลายประการ เช่น เสียงที่ดังมาก และความเสี่ยงจากการกระเด็นของเศษโลหะด้วยความเร็วสูง ทำให้การป้องกันดวงตาและหูเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ การพิมพ์รูปทรงที่ซับซ้อนยังคงเป็นความท้าทาย ซึ่ง Rotoforge กำลังวางแผนเพิ่มแกนที่สี่เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในอนาคต ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้จากวิดีโอและหน้าโครงการ GitHub
🏷️ หมวดหมู่: 3d Printer hacks, Tool Hacks, Additive Manufacturing, friction welding
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: hackaday
