เมื่อ Sega เปิดตัว Mega Drive ในปี 1988 บริษัทได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของโลกออนไลน์ จึงได้พัฒนาบริการ Mega Net หรือ Sega Net Work System เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันกับ Nintendo ซึ่งเปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 1990
ชุดอุปกรณ์เริ่มต้น Mega Net มีราคา 12,800 เยน ซึ่งรวมถึง Mega Modem ความเร็ว 1,200 bps แบบ Dial-up ที่เสียบเข้ากับพอร์ต “EXT” ด้านหลังเครื่อง Mega Drive รุ่นแรก ค่าบริการรายเดือนอยู่ที่ 800 เยน ผู้ใช้จะได้รับเกม Nikkan Sports Pro Baseball VAN สำหรับอัปเดตสถิติเบสบอลสด และตลับ “Game Library” ที่สามารถใช้ดาวน์โหลดเกมขนาดเล็กกว่า 128 KB ได้ โดยใช้เวลาดาวน์โหลดประมาณ 5-8 นาทีสำหรับ 42 เกมที่เปิดให้บริการ
เกมส่วนใหญ่เป็นแบบเล่นคนเดียว อย่างไรก็ตาม มีสองเกมคือ Tel-Tel Stadium และ Tel-Tel Mahjong ที่รองรับการเล่นออนไลน์แบบผลัดกันเดิน ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่จำเป็นเนื่องจากความเร็วโมเด็มที่ช้ามาก นอกจากนี้ยังมีบางเกมที่รองรับการเล่นหลายคนแบบ Point-to-Point ผ่านการโทรเข้าหากันโดยตรงระหว่างเครื่องคอนโซลสองเครื่อง
Mega Net ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเล่นเกมเท่านั้น Sega ยังได้พัฒนา Mega Anser ซึ่งเป็นชุดอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ผู้ใช้จัดการธุรกรรมธนาคารหรือประกันชีวิตจากที่บ้านได้ โดยมาพร้อมแป้นพิมพ์ตัวเลข (Ten Key Pad) และสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์ความร้อนเสริมได้
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีในยุคนั้นยังไม่เอื้ออำนวยให้เกิดบริการออนไลน์ที่คึกคักนัก ภายในปี 1992 Sega ตระหนักว่าตลาดสำหรับ Mega Net และ Mega Anser ยังไม่กว้างขวาง และได้ยุติการสนับสนุนบริการนี้ภายในปี 1993 ด้วยการผลิต Mega Drive รุ่นปรับปรุงที่ตัดพอร์ต EXT ทิ้งไปอย่างชัดเจน
แม้ Mega Net ในญี่ปุ่นจะสิ้นสุดลง แต่ชื่อนี้ก็กลับมาปรากฏอีกครั้งในปี 1995 ในบราซิลภายใต้การสนับสนุนของ Tectoy ผู้จัดจำหน่ายในท้องถิ่น ซึ่งนำเสนอบริการที่แตกต่างออกไป เช่น การรับส่งอีเมล แฟกซ์ และอ่านนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้โมเด็มที่เสียบเข้ากับช่องเสียบตลับเกม และรองรับการใช้งานร่วมกับ Sega Mouse เพื่อประสบการณ์ที่เหมือนคอมพิวเตอร์มากขึ้น
ท้ายที่สุด ความพยายามครั้งแรกของ Sega ในการบุกเบิกเกมออนไลน์บนคอนโซลนี้ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์และไม่สามารถดึงดูดผู้ใช้จำนวนมากได้ แต่ก็เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้บริษัทมีประสบการณ์และบทเรียนอันล้ำค่าในการพัฒนาระบบออนไลน์สำหรับเครื่องคอนโซลรุ่นต่อมา เช่น Saturn และ Dreamcast ก่อนที่ Sega จะถอนตัวออกจากตลาดคอนโซลในเวลาต่อมา
🏷️ หมวดหมู่: Hackaday Columns, Retrocomputing
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: hackaday
