การต่อวงจรรีเลย์ใช้งาน กับระบบไมโครคอนโทรลเลอร์

ตอนที่ 2

วิธีเลือกไดโอด flyback สำหรับรีเลย์ในการขจัดพลังงานขดลวดรีเลย์แม่เหล็กไฟฟ้า

ก่อนอื่นให้พิจารณากระแสคอยล์เมื่อขดลวดทำงาน
กรณีนี้จะใช้ Relay 5 Vdc

รีเลย์ SONGLE รุ่น SRD-05VDC-SL-C

จากข้อมูล ของ รีเลย์ SONGLE รุ่น SRD-05VDC-SL-C

จะได้ ข้อมูลดังนี้
L = 0.36 W 5Vdc Current = 71.4mA Resistance 70 ohm ± 10%

กระแสคอยล์เมื่อทำงาน Current = 71.4mA ดังนั้นจะต้องเลือกไดโอดที่ใช้กระแสอย่างน้อย 79.4 mA ได้

การเลือก Diode (ดูจาก Datasheet)
ดูที่ Average Rectified Output Curren Io = 1.0 A ซึ่งกระแสในปริมาณนี้จะเห็นว่าเราสามารถใช้ไดโอดตั้งแต่เบอร์ 1N40001 – 1N4007 ได้

  1. DC Blocking Voltage : VR คือความสามารถในการ Block แรงดันไฟฟ้าในกรณีที่เราต่อแบบไบอัสกลับ
    หรือ อัตราแรงดันย้อนกลับของไดโอด
  2. Averageforward Current (Io) กระแสเฉลี่ยเมื่อไดโอดได้รับไบแอสตรง คือ ค่ากระแสที่ไดโอดยอมให้ำหลผ่าน ได้

แต่การจะเลือกความสามารถในการ block แรงดันไฟฟ้าในกรณีที่เราต่อแบบบัสกลับจะเลือกกี่โวลต์ ?

ที่อัตราแรงดันย้อนกลับของไดโอด DC Blocking Voltage อย่างน้อยควรมีแรงดันไฟฟ้าที่ใช้กับคอยล์รีเลย์ โดยปกตินักออกแบบจะสำรองไว้มากมาย ในการจัดอัตราแรงดันย้อนกลับของไดโอด ซึ่ง Relay ที่ใช้คือ 5 Vdc ดังนั้น เราสามารถเลือกไดโอด เบอร์ 1N4001 ก็สามารถใช้งานได้แล้ว แต่นักออกแบบ อาจจะเผื่อแรงดันย้อนกลับของไดโอด ไว้ที่ 1,000 โวลต์ ก็ได้โดยเลือกเบอร์ 1N4007

ตัวอย่างที่นำมาใช้งาน

จากภาพเราจะเห็นว่ามีการใช้ไดโอด 1N4148 ด้วย

และเมื่อพิจารณาทางด้านของ specification ของ 1N4148 แล้วเราจะเห็นว่าค่า
Average Rectified Output Curren Io = 200mA และค่า VRRM มีค่า = 100V

ซึ่งถ้านำไปเทียบกับรุ่น 1N4007 ที่
Average Rectified Output Curren Io = 1.0 A และค่า VR มีค่า = 1000V

แล้วจะพบว่า มีความแตกต่างกันทั้งค่ากระแสและค่าแรงดันย้อนกลับ แต่ก็สามารถใช้งานได้ทั้ง 2 เบอร์ในวงจรควบคุม Relay ซึ่งความแตกต่างหากจะอยู่ที่ขนาดของตัวไดโอด ราคาและ ผลของความไวในการตัดต่อหน้าคอนแทคของ relay ที่เร็ว หรือ ช้ากว่ากัน (แต่เห็นผลน้อยมาก)