ก่อนหน้านี้ นักประสาทวิทยาเชื่อว่าการแสดงออกทางสีหน้าของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงมนุษย์ เกิดจากการทำงานของสมองที่แบ่งแยกหน้าที่อย่างชัดเจน โดยสมองส่วนหนึ่งควบคุมอารมณ์ และอีกส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวที่เกิดจากความตั้งใจ เช่น การพูด อย่างไรก็ตาม การศึกษาของ Geena Ianni นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียและทีมงาน พบว่าความเข้าใจดังกล่าวนั้นคลาดเคลื่อนอย่างน่าประหลาดใจ การวิจัยระบุว่าการสร้างสรรค์ท่าทางใบหน้ามีความซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มาก
การค้นพบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประสาทเทียมในอนาคต โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหรือผู้ป่วยอัมพาต ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (BCI) สามารถถอดรหัสการพูดจากสัญญาณประสาทได้ค่อนข้างแม่นยำ แต่การสื่อสารของมนุษย์ไม่ได้มีแค่คำพูด สีหน้า เช่น การยิ้มหรือขมวดคิ้ว ล้วนส่งผลต่อความหมายของข้อความ การทำความเข้าใจกลไกการสร้างท่าทางใบหน้าจากสมอง จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้าง BCI ที่สามารถถอดรหัสการแสดงออกทางสีหน้าได้เช่นกัน
ทีมวิจัยได้ออกแบบการทดลองโดยใช้ลิงมาคาก ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีโครงสร้างกล้ามเนื้อใบหน้าซับซ้อนและคล้ายคลึงกับมนุษย์ เพื่อศึกษาว่าวงจรประสาทที่รับผิดชอบในการสร้างท่าทางใบหน้าทำงานอย่างไร แม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ วิทยาศาสตร์ประสาทจะมีความเข้าใจที่ดีขึ้นว่าสมองรับรู้การแสดงออกทางสีหน้าอย่างไร แต่ยังคงมีความรู้น้อยมากเกี่ยวกับกระบวนการที่สมองสร้างการแสดงออกเหล่านั้นขึ้นมา การศึกษานี้จึงเป็นการเติมเต็มช่องว่างที่สำคัญและเปิดประตูสู่ความก้าวหน้าครั้งใหม่ในการสื่อสารผ่านเทคโนโลยี
🏷️ หมวดหมู่: Science, macaques
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: Arstechnica
