การระบุอายุของฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ถูกค้นพบมักเป็นเรื่องยาก แม้ชั้นหินตะกอนจะบอกยุคทางธรณีวิทยาได้ แต่การระบุอายุของหินหรือฟอสซิลที่อยู่ภายในนั้นยังทำได้ไม่แม่นยำนัก
ที่ผ่านมามีการพยายามหาอายุของกระดูกและฟันฟอสซิล แต่ก็ไม่สอดคล้องกันและขึ้นอยู่กับตัวอย่าง เนื่องจากกระบวนการเกิดฟอสซิลและการเปลี่ยนตะกอนเป็นหินอาจทำให้กระดูกเปลี่ยนไป จนส่งผลต่อความแม่นยำได้
แม้การหาอายุด้วยยูเรเนียม-ตะกั่ว (uranium-lead dating) จะเป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่เมื่อนำมาใช้โดยตรงกับฟอสซิล
ล่าสุด เปลือกไข่ไดโนเสาร์อาจเป็นกุญแจสำคัญในการหาอายุของหินและฟอสซิลที่อยู่รอบข้าง ทีมนักวิจัยนำโดยนักบรรพชีวินวิทยา Ryan Tucker จาก Stellenbosch University ได้พัฒนาวิธีหาอายุเปลือกไข่ ซึ่งเผยให้เห็นว่าเปลือกไข่ถูกฝังอยู่ในทราย โคลน หรือตะกอนอื่นๆ มานานแค่ไหน ข้อมูลนี้จะช่วยระบุเวลาการฝังของฟอสซิลอื่นๆ ที่อยู่ในชั้นหินเดียวกันได้
📌 สรุป: นักวิจัยพบวิธีใหม่ในการหาอายุฟอสซิลและหินโดยรอบ ด้วยการใช้เปลือกไข่ไดโนเสาร์ ซึ่งมีความแม่นยำสูงกว่าวิธีการเดิมๆ และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่องานบรรพชีวินวิทยา
💡 รู้หรือไม่?
🔬 Uranium-lead dating (การหาอายุด้วยยูเรเนียม-ตะกั่ว)
เป็นวิธีหาอายุทางธรณีวิทยาที่เก่าแก่และแม่นยำที่สุดวิธีหนึ่ง ใช้สำหรับหาอายุหินที่ก่อตัวและตกผลึกเมื่อประมาณ 1 ล้านถึง 4.5 พันล้านปีที่แล้ว โดยอาศัยอัตราการสลายตัวของยูเรเนียมเป็นตะกั่วที่ทราบค่าอย่างแม่นยำ
🔬 Sedimentary rock (หินตะกอน)
เป็นหินที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอน เช่น แร่ธาตุ หรือซากสิ่งมีชีวิต ที่ถูกพัดพาและทับถมกันบริเวณพื้นผิวโลก ตะกอนเหล่านี้จะแข็งตัวกลายเป็นหินในที่สุด หินตะกอนเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์ของโลก
🏷️ หมวดหมู่: Science, Biology, dinosaurs, evolution, paleontology, radioactive dating
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: Arstechnica
