การศึกษาใหม่นี้ได้วิเคราะห์กลุ่มควันมลพิษที่ติดตามส่วนหนึ่งของจรวด Falcon ที่ตกลงมายังชั้นบรรยากาศตอนบนเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2025 หลังจากที่ SpaceX สูญเสียการควบคุมในการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ จรวดดังกล่าวได้ถูกปล่อยขึ้นไปเมื่อต้นเดือนนั้น โดยบรรทุกดาวเทียม Starlink จำนวน 20 ถึง 22 ดวงขึ้นสู่วงโคจร
นักวิจัยระบุว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีการติดตามและวัดเศษซากจากการแตกตัวของยานอวกาศเฉพาะในบริเวณใกล้กับอวกาศ ซึ่งอยู่สูงจากโลกประมาณ 80 ถึง 110 กิโลเมตร การเปลี่ยนแปลงในบริเวณดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อชั้นสตราโตสเฟียร์ ซึ่งเป็นชั้นที่กระบวนการของโอโซนและสภาพภูมิอากาศทำงานอยู่ ก่อนหน้านี้กิจกรรมของมนุษย์มีผลกระทบต่อบริเวณนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
📌 สรุป: ผลการศึกษาใหม่แสดงให้เห็นว่าการปล่อยจรวดในเชิงพาณิชย์สามารถสร้างมลพิษทางอากาศที่เป็นพิษและส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศในชั้นบรรยากาศตอนบนได้ โดยมีการวิเคราะห์จากเศษซากจรวด Falcon ของ SpaceX
💡 รู้หรือไม่?
🔬 Stratosphere (ชั้นสตราโตสเฟียร์)
ชั้นสตราโตสเฟียร์เป็นชั้นบรรยากาศลำดับที่สองของโลก อยู่เหนือชั้นโทรโพสเฟียร์และใต้ชั้นมีโซสเฟียร์ อุณหภูมิในชั้นนี้จะสูงขึ้นตามระดับความสูงเนื่องจากการดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์โดยชั้นโอโซน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปกป้องสิ่งมีชีวิตบนโลก
🔬 Starlink (สตาร์ลิงก์)
สตาร์ลิงก์คือกลุ่มดาวเทียมอินเทอร์เน็ตที่ดำเนินการโดย Starlink Services, LLC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทการบินและอวกาศสัญชาติอเมริกัน SpaceX มีจุดประสงค์เพื่อให้บรอดแบนด์มือถือครอบคลุมทั่วโลก ปัจจุบันประกอบด้วยดาวเทียมกว่า 9,422 ดวงในวงโคจรต่ำของโลก
🏷️ หมวดหมู่: Space, industrial waste, space pollution, spacex, syndication
🔗 อ่านบทความฉบับเต็ม: Arstechnica
